 |
|
 |
|
|
|
Rules & Regulations |
ข้อบังคับ : สมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550
หมวด 1 : ชื่อ
----------------------------------------
ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย
เขียนภาษาอังกฤษว่า PROFESSIONAL GOLF ASSOCIATION OF THAILAND
ใช้อักษรภาษาไทยว่า สกอท. ใช้อักษรย่อภาษาอังกฤษว่า THAILAND PGA
ข้อ 2. เครื่องหมายสมาคมมีลักษณะเป็นรูปวงกลม เส้นวงกลมรอบนอกเป็นสีเทา เส้นวงกลมรอบต่อมา เป็นสีขาว พื้นวงกลมรอบนอกเป็นสีน้ำเงิน มีอักษรภาษาไทยสีขาวเขียนคำว่า สมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยอยู่ด้านบนและมีอักษรภาษาอังกฤษเขียนคำว่า PROFESSIONAL GOLF ASSOCIATION OF THAILAND อยู่ด้านล่างมีวงกลมสีขาวเงาสีแดงขั้นระหว่างอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พื้นวงกลมด้านในเป็นสีเทา มีธงชาติไทยอยู่ด้านบน ตรงกลางมีอักษรภาษาอังกฤษ THAILAND PGA โดยอักษร THAILAND เป็นสีน้ำเงิน และ อักษร PGA เป็นสีขาว และด้านล่างเป็นรูปไม้กอล์ฟสีน้ำเงินไขว้อยู่บนลูกกอล์ฟ ตามแบบดังนี้
ข้อ 3. คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการของสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย
ข้อ 4. สำนักงานตั้งอยู่ที่ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย เลขที่ 2088 ห้อง 259 โซน W6 อาคารราชมังคลากีฬาสถาน ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
หมวด 2 : วัตถุประสงค์
----------------------------------------
ข้อ 5. สกอท. มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
5.1 สนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพนักกอล์ฟอาชีพ โดยมุ่งเน้นให้นักกอล์ฟอาชีพไทยทั้งชาย หญิง และอาวุโส สามารถเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก
5.2 สนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาคุณภาพ เพิ่มจำนวน นักกอล์ฟแข่งขันอาชีพ นักกอล์ฟอาชีพประเภทผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสินกอล์ฟอาชีพ ผู้จัดการแข่งขันอาชีพ แคดดี้อาชีพ
5.3 เผยแพร่กฎข้อบังคับและมารยาทของการเล่นกีฬากอล์ฟ ซึ่งรับรองโดย อาร์แอนด์เอ รูล์ ลิมิเต็ดจัดให้มีการฝึกสอนการเล่นกอล์ฟให้ถูกต้องตามกฎ ข้อบังคับ ด้วยความรู้ และประสบการณ์ของนักกอล์ฟอาชีพ
5.4 ร่วมมือกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย สนามกอล์ฟ สื่อมวลชน ผู้จำหน่ายอุปกรณ์กอล์ฟ และหน่วยงานอื่นในการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนากีฬากอล์ฟอาชีพ
5.5 เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและร่วมมือโดยใกล้ชิดกับสมาคมกอล์ฟอาชีพของประเทศต่างๆอันจะนำประโยชน์มาสู่ประเทศชาติโดยส่วนรวม
หมวด 3 : สมาชิกภาพ สิทธิและหน้าที่ การขาดจากสมาชิกภาพ
----------------------------------------
ข้อ 6. สมาชิกภาพ
6.1 สมาชิกของ สกอท. ประกอบด้วยสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์
6.2 สมาชิกสามัญ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่
6.2.1 สมาชิกสามัญประเภทบุคคล ได้แก่
6.2.1.1 นักกอล์ฟอาชีพประเภทแข่งขัน
6.2.1.1 นักกอล์ฟอาชีพ หรือบุคคลที่คณะกรรมการมีมติให้เป็นสมาชิกสามัญ
6.2.2 สมาชิกสามัญประเภทองค์กร ได้แก่
6.2.2.1 สมาคม หรือสถาบันนักกอล์ฟอาชีพ
6.2.2.2 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสนามกอล์ฟ
6.2.2.3 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการตัดสินกอล์ฟ
6.2.2.4 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการสอนกอล์ฟ
6.2.2.5 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสถานที่ฝึกซ้อมกอล์ฟ
6.2.2.6 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการผลิตสื่อกีฬากอล์ฟ
6.2.2.7 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการผลิตหรือจำหน่าย อุปกรณ์กอล์ฟ
6.2.2.8 สมาคม หรือสถาบัน ที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการสื่อข่าวกีฬากอล์ฟ
6.2.2.9 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลสนามกอล์ฟ
6.2.2.10 สมาคม หรือสถาบันที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับแคดดี้
6.2.2.11 สมาคม หรือสถาบันที่คณะกรรมการมีมติให้เป็นสมาชิกสามัญ
6.3 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่
6.3.1 นักกอล์ฟอาชีพอาวุโส
6.3.2 นักกอล์ฟอาชีพประเภทผู้ฝึกสอน
6.3.3 ผู้ตัดสินกีฬากอล์ฟ
6.3.4 ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันกอล์ฟ
6.3.5 ผู้ดูแลหรือทำงานในสนามกอล์ฟ
6.3.6 แคดดี้อาชีพ
6.3.7 บุคคลที่คณะกรรมการมีมติให้เป็นสมาชิกวิสามัญ
6.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่
6.4.1 ผู้ที่ให้การสนับสนุน อุปการะช่วยเหลือ และทำประโยชน์ให้ สกอท.
6.3.7 บุคคลที่คณะกรรมการมีมติให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
6.5 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก สกอท.
6.5.1 สมาชิกสามัญ นักกอล์ฟอาชีพประเภทแข่งขัน หรือองค์กรที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ จะต้องกรอกข้อความตามแบบฟอร์มการสมัครเป็นสมาชิกสามัญของ สกอท. พร้อมหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วยื่นต่อเลขาธิการ พร้อมค่าสมัครและค่าบำรุงประจำปี
6.5.2 สมาชิกวิสามัญ บุคคลที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ จะต้องกรอกข้อความตามแบบฟอร์มการสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญของ สกอท. พร้อมหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วยื่นต่อเลขาธิการ พร้อมค่าสมัคร และค่าบำรุงประจำปี
6.6 คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาลงมติในการรับสมัครเข้าเป็นสมาชิก สกอท.และแจ้งผลให้ ผู้สมัครทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ผู้สมัครยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิก สกอท. ต่อเลขาธิการ
6.7 สมาชิกภาพจะคงอยู่ตลอดไป เว้นแต่จะแจ้งลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการ หรือคณะกรรมการมีมติให้ออก ตามข้อ 8 หรือตาย
ข้อ 7. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
7.1 สมาชิกสามัญประเภทบุคคล
7.1.1 มีสิทธิได้รับบัตรประจำตัวและประกาศนียบัตรการเป็นนักกอล์ฟอาชีพของ สกอท.
7.1.2 มีสิทธิประดับเครื่องหมายของ สกอท.
7.1.3 มีสิทธิเข้าร่วมเป็นกรรมการบริหาร สกอท.
7.1.4 มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการประชุมใหญ่ สกอท.
7.1.5 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของ สกอท. เพื่อเสนอข้อคิดเห็นและร่วมกำหนดนโยบาย การดำเนินกิจการต่างๆ ของ สกอท.
7.1.6 มีสิทธิเสนอชื่อผู้สมัครรับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัครเป็นนายกสมาคม
7.1.7 มีสิทธิที่จะอุทธรณ์มติหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญได้ หากเห็นว่ามติหรือคำวินิจฉัยนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรมต่อสมาชิก
7.1.8 มีสิทธิตรวจสอบการใช้จ่ายของ สกอท.
7.1.9 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย ทำหนังสือขอให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ได้
7.1.10 มีสิทธิสมัครเข้าร่วมการแข่งขันรายการกอล์ฟที่ สกอท.เป็นผู้ดำเนินการหรือสนับสนุนการแข่งขัน
7.1.11 มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทน สกอท. เข้าแข่งขันรายการกอล์ฟในต่างประเทศ
7.1.12 มีสิทธิได้รับสิทธิ และประโยชน์ตามมติคณะกรรมการ
หมายเหตุ สมาชิกหนึ่งคนมีสิทธิ์ออกเสียงในที่ประชุมเท่ากับหนึ่งเสียง
7.2 สมาชิกสามัญประเภทองค์กร
7.2.1 มีสิทธิเข้าร่วมเป็นกรรมการบริหาร สกอท.
7.2.2 มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการประชุมใหญ่ สกอท.
7.2.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของ สกอท. เพื่อเสนอข้อคิดเห็นและร่วมกำหนดนโยบาย การดำเนินกิจการต่างๆ ของ สกอท.
7.2.4 มีสิทธิเสนอชื่อผู้สมัครรับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัครเป็นนายกสมาคม
7.2.5 มีสิทธิที่จะอุทธรณ์มติหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญได้ หากเห็นว่ามติหรือคำวินิจฉัยนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรมต่อสมาชิก
7.2.6 มีสิทธิตรวจสอบการใช้จ่ายของ สกอท.
หมายเหตุ สมาชิกหนึ่งคนมีสิทธิ์ออกเสียงในที่ประชุมเท่ากับหนึ่งเสียง
7.3 สมาชิกวิสามัญ
7.3.1 มีสิทธิ์ได้รับบัตรประจำตัวและประกาศนียบัตรการเป็นสมาชิกของ สอกท.
7.3.2 มีสิทธิ์ประดับเครื่องหมายของ สกอท.
7.3.3 มีสิทธิ์เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารสมาคม
7.3.4 มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมใหญ่ของ สกอท.
7.3.5 สมาชิกวิสามัญตามข้อ 6.3.1 และ 6.3.2 มีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมแข่งขันรายการกอล์ฟที่ สกอท. เป็นผู้ดำเนินการ สนับสนุน หรือรับรองการแข่งขัน
7.3.6 มีสิทธิได้รับสิทธิ และประโยชน์ตามมติคณะกรรมการ
7.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิได้รับสิทธิ และประโยชน์ตามมติคณะกรรมการ
7.5 สมาชิกมีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือกับ สกอท. ในการดำเนินกิจการด้านต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ และปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ ของสกอท. รวมทั้งมติและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ
7.6 สมาชิกมีหน้าที่ส่งเสริมพัฒนา และสนับสนุนนักกอล์ฟอาชีพ เพื่อประโยชน์และชื่อเสียงแก่ประเทศชาติในด้านกีฬากอล์ฟ
7.7 สมาชิกมีหน้าที่ชำระค่าบำรุงประจำปี แก่ สกอท. ตามอัตราดังนี้
7.7.1 สมาชิกสามัญประเภทบุคคล ค่าบำรุงปีละ 1,000 บาท
7.7.2 สมาชิกสามัญประเภทองค์กร ค่าบำรุงปีละ 1,000 บาท
7.7.3 สมาชิกวิสามัญ ค่าบำรุงปีละ 1,000 บาท
7.7.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงประจำปี
ข้อ 8. การขาดจากสมาชิกภาพ
8.1 ไม่ชำระค่าบำรุงประจำปีเกิน 2 ปี
8.2 ละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ระบุไว้ในข้อบังคับ ให้คณะกรรมการออกหนังสือเตือนให้สมาชิกปฏิบัติหรือสั่งพักหรือให้พ้นจากการเป็นสมาชิก สกอท.
8.3 ประพฤติตนเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหายแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้ถอนชื่อออกจากการเป็นสมาชิก สกอท.
8.4 ทำผิดกฎหมาย และมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
8.5 แสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อ สกอท. และคณะกรรมการมีมติให้ถอนชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
8.6 มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6 ว่าด้วยการควบคุมสมาชิก
หมวด 4 : การประชุม
----------------------------------------
ข้อ 9. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีขึ้นภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีทางบัญชีของ สกอท. ณ สถานที่ วันเวลา ตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 10. การประชุมใหญ่วิสามัญ นายกสมาคม อาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้ หรือเมื่อมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญประเภทบุคคลไม่น้อยกว่า 30 คน ทำหนังสือขอให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 11. การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการดำเนินการของ สกอท. เดือนละ 1 ครั้ง นายกสมาคม มีสิทธิเรียกประชุมเมื่อใดก็ได้หรือเมื่อกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการ
ข้อ 12. การแจ้งประชุม
12.1 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ ให้เลขาธิการส่งหนังสือแจ้งวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม ให้คณะกรรมการและสมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
12.2 การประชุมคณะกรรมการ ให้เลขาธิการแจ้งวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือในกรณีเร่งด่วนจะแจ้งให้กรรมการทราบทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือติดต่อโดยตรงก็ได้
ข้อ 13. องค์ประชุม
13.1 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกเข้าร่วมการประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้าสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
13.2 ในการประชุมคณะกรรมการ ทุกครั้ง ให้ถือจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเป็นองค์ประชุม
13.3 ในการประชุมใหญ่ หรือ การประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมหรืออุปนายก ไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
ข้อ 14. มติที่ประชุม
14.1 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญ เว้นแต่ข้อบังคับจะระบุเป็นอย่างอื่น ให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญที่มาประชุมเป็นมติที่ประชุมในกรณีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานของที่ประชุมลงคะแนนเสียงชี้ขาด
14.2 ในการประชุมของคณะกรรมการทุกครั้ง ให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุมเป็นมติที่ประชุม ในกรณีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานของที่ประชุมลงคะแนนเสียงชี้ขาด
ข้อ 15. วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีระเบียบวาระการประชุมดังต่อไปนี้
15.1. เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ
15.2. รับรองรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา
15.3. รายงานผลการดำเนินงานของสมาคม
15.4. รับรองงบดุลของสมาคม
15.5. แถลงกิจการที่จะดำเนินการต่อไป
15.6. แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน
15.7. พิจารณาญัตติต่างๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่
15.8. เลือกตั้งนายกสมาคม (เมื่อครบวาระ)
15.9. เรื่องอื่นๆ
หมวด 5 : กรรมการ
----------------------------------------
ข้อ 16. คณะกรรมการ
16.1 คณะกรรมการ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 9 คนแต่ไม่เกิน 19 คน ประกอบด้วย
16.1.1 นายกสมาคม 1 คน
16.1.2 อุปนายก 4 คน
16.1.3 เลขาธิการ 1 คน
16.1.4 เหรัญญิก 1 คน
16.1.5 นายทะเบียน 1 คน
16.1.6 กรรมการจัดการแข่งขัน 1 คน
16.1.7 กรรมการประชาสัมพันธ์ 1 คน
16.1.8 กรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ 1 คน
16.1.9 กรรมการฝ่ายการตลาดและสิทธิประโยชน์ 1 คน
16.1.10 กรรมการกฎข้อบังคับ 1 คน
16.1.11 กรรมการวินัย 1 คน
16.1.12 กรรมการกลาง 5 คน
รวม 19 คน
16.2 คณะกรรมการ ต้องมีกรรมการที่มาจากสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
16.3 นายกสมาคม และกรรมการ ต้องมีคุณสมบัติตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับที่ 6 และต้องมีคุณสมบัติดังนี้
16.3.1 มีสัญชาติไทย
16.3.2 ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
16.3.3 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
16.3.4 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
16.3.5 ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการมีมติให้ขาดจากการเป็นสมาชิก สกอท.
16.4 ให้มีการเลือกตั้งตำแหน่งนายกสมาคม ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีโดยวิธีลงคะแนนแบบเปิดเผยหรือลับจากสมาชิกสามัญที่ร่วมประชุมเท่านั้น และให้นายกสมาคม แต่งตั้งกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ 16.1 นายกสมาคม อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี
16.5 ให้คณะกรรมการ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี นับจากวันที่นายกสมาคม เข้าดำรงตำแหน่ง การดำรงตำแหน่ง นายกสมาคม และกรรมการ สกอท. เกิน 2 วาระติดต่อกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่การกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนด
16.6 ให้นายกสมาคม มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการได้ตามความเหมาะสมแล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ ถ้าตำแหน่งกรรมการใดที่นายกสมาคม เป็นผู้แต่งตั้งว่างลงก่อนครบวาระให้นายกสมาคม แต่งตั้งผู้ที่สมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทน
16.7 ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสมาคม ว่างลงก่อนครบกำหนด ให้ถือว่าวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุดนั้นสิ้นสุดลงด้วย และให้เลขาธิการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 30 วัน เพื่อเลือกนายกสมาคม ขึ้นใหม่ และให้นายกสมาคม ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่นั้นมีสิทธิ์แต่งตั้งกรรมการอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 16.1 ทั้งนี้วาระการดำรงตำแหน่งของนายกสมาคมและคณะกรรมการซึ่งเลือกตั้งและแต่งตั้งขึ้นใหม่นี้จะอยู่ใน ตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของนายกสมาคมคนเดิมเท่านั้น
16.8 ในระหว่างที่ตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคม และให้คณะกรรมการชุดนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่านายกสมาคม และคณะกรรมการชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
16.9 ถ้าตำแหน่งนายกสมาคม ว่างลงก่อนครบวาระไม่เกิน 6 เดือน ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนต่อไป จนกว่าจะครบกำหนดวาระตามวิธีการที่ระบุไว้ ในข้อ 16.8
ข้อ 17. อำนาจหน้าที่
17.1 คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการต่างๆ ของ สกอท. ให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อ 5 มีอำนาจออกระเบียบ หรือคำสั่งต่างๆ เพื่อให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของ สกอท. และมีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน เลิกจ้าง ผู้จัดการ เสมียน พนักงาน หรือลูกจ้างของ สกอท. ได้
17.2 นายกสมาคม มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 16.1 ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับเลือกตั้งแล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ มีอำนาจแต่งตั้ง บุคคลที่เห็นสมควรโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นที่ปรึกษาสมาคมและที่ปรึกษา นายกสมาคม และมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการโดยให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของนายกสมาคม หรือ คณะกรรมการ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีและการประชุมใหญ่วิสามัญ และเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ อีกทั้งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ สกอท.
17.3 อุปนายก ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคม มอบหมายในกรณีที่ นายกสมาคม ไม่อยู่ หรืออยู่แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนในกรณีที่มีอุปนายกมากกว่า 1 คน ให้นายกสมาคม กำหนดผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนไว้ล่วงหน้า
17.4 เลขาธิการ มีหน้าที่เสนอแผนงานประจำปีของสกอท. แต่งตั้งผู้เก็บรักษาและบันทึกการประชุมของ สกอท. ทำหน้าที่เป็นหรือแต่งตั้งเลขานุการในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี และที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ออกระเบียบวาระการประชุม ดูแลด้านการส่งหรือตอบจดหมายและเอกสารของ สกอท. เว้นแต่จะเป็นงานในหน้าที่ของกรรมการอื่น เสนอรายงานทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของ สกอท. รวมทั้งสรุปกิจการที่คณะกรรมการของ สกอท. ได้ดำเนินไประหว่างปีต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
17.5 เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาบัญชีเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของ สกอท. นำเงินฝากธนาคาร ตามที่คณะกรรมการจะเห็นเหมาะสม มีหน้าที่ติดตามทวงถามเงินค่าบำรุงสมาชิก จ่ายเงินตามมติของคณะกรรมการบริหาร ออกใบเสร็จรับเงิน สกอท. ร่วมเซ็นจ่ายหรือสลักหลังเช็ค ตั๋วเงินและเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินทุกประเภทรวมทั้งเสนองบดุลประจำปีของ สกอท. ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับการแต่งตั้งในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
17.6 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกของ สกอท. และประสานงานกับ เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก สกอท.
17.7 กรรมการจัดการแข่งขัน มีหน้าที่กำหนดตารางการแข่งขัน แต่งตั้งผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน กำหนดรูปแบบการจัดการแข่งขันกอล์ฟ พร้อมทั้งมีหน้าที่ให้คำแนะนำ วิธีการจัดการแข่งขันกอล์ฟตามมาตรฐานสากล ให้แก่สมาชิก
17.8 กรรมการประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โฆษณา จัดทำวารสารหรือเอกสาร เกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ เผยแพร่ผลงานของ สกอท. ตลอดจนประสานงานกับสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ
17.9 กรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ มีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับองค์กรต่างประเทศและงานเกี่ยวกับต่างประเทศทั้งปวง
17.10 กรรมการฝ่ายการตลาดและสิทธิประโยชน์ มีหน้าที่ติดต่อ จัดหา ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ของ สกอท. รวมทั้งติดต่อหาผู้สนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟอาชีพ
17.11 กรรมการกฎข้อบังคับ มีหน้าที่กำหนดตารางการอบรม การสอบ ทำหน้าที่ผู้ตัดสินในรายการแข่งขันของสกอท. รวมทั้งทำหน้าที่เผยแพร่กฎข้อบังคับ และมารยาทในการเล่นกอล์ฟให้แก่นักกอล์ฟทั่วไป โดยให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับและมารยาท ซึ่งรับรอง โดยอาร์ แอนด์ เอ รูล์ ลิมิเต็ด
17.12 กรรมการวินัย มีหน้าที่ดำเนินการควบคุม ส่งเสริม และพัฒนามารยาทและการปฏิบัติตนของสมาชิก สกอท.
17.13 กรรมการกลาง มีหน้าที่ช่วยงานกรรมการแต่ละฝ่ายหรืองานพิเศษอื่นๆ ตามที่นายกสมาคม มอบหมาย
หมวด 6 : การเงิน และทรัพย์สิน
----------------------------------------
ข้อ 18. รายได้ของ สกอท. มาจากค่าสมัคร ค่าบำรุงประจำปีที่เรียกเก็บจากสมาชิก งบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล การจัดสอบ การจัดอบรม การบริจาคของสมาชิกหรือบุคคลอื่น ๆ
ข้อ 19. ให้มีการจัดทำบัญชีและแสดงรายรับ รายจ่าย และทรัพย์สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ สกอท.
ข้อ 20. การเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้จ่ายในกิจการของ สกอท. ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 21. ให้ถือวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นรอบบัญชีการเงินของ สกอท.
ข้อ 22. ในกรณีที่มีการเลิก สกอท. ให้นำบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีมาบังคับใช้โดยอนุโลม และกรณีที่มีทรัพย์สินของ สกอท. เหลืออยู่ให้ตกเป็นของมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
หมวด 7 : การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
----------------------------------------
ข้อ 23. บรรดาระเบียบต่างๆ ของ สกอท. ที่มีอยู่ซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ยกเลิกและใช้ข้อบังคับนี้แทน
ข้อ 24. การแก้ไขข้อบังคับของ สกอท. ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญ ที่เข้าร่วมประชุม
ข้อ 25. การเลิก สกอท. จะมีผลต่อเมื่อ จำนวนสมาชิกสองในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมดของ สกอท. มีมติให้ยกเลิก
|
|
|
|
|